บอกหมดเปลือก 10 Step สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง


            ค้นๆดูแล้วเรายังไม่เคยมีบทความที่มาเล่าถึงขั้นตอนการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแบบละเอียดยิบๆให้อ่านกันเลยค่ะ วันนี้ฤกษ์งามยามดี จึงหยิบเอา 10 สเตปการสร้างแบรนด์ครีม แบรนด์เครื่องสำอางมาให้อ่านกัน เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจก่อนทำแบรนด์ค่ะ
 
1. ลูกค้ามีสินค้าและกลุ่มตลาดในใจ 
 
            เริ่มจากที่ลูกค้ามีสโคปงานคร่าวๆก่อนว่าต้องการขายอะไร อยากขายให้ใคร ตลาดกลุ่มไหน ราคาที่รับได้ เพื่อให้ง่ายต่อการคุยกันกับฝ่ายขายค่ะ
 
2.  ปรึกษากับทางบริษัทในการเลือกสูตร
 
            เมื่อมีความต้องการจากลูกค้ามา ทางเลือกแรกคือดูจากสูตรมาตรฐานของบริษัท ซึ่ง ณ ตอนนี้มีมากถึงกว่า 400 รายการ ซึ่งถ้าลูกค้าดูแล้วสูตรเหล่านั้นตรงใจ ราคาตรงสเปก เทสเนื้อ (ขอตัวอย่างลองได้ค่ะ) แล้วรู้สึกโอเค ก็สามารถสั่งผลิตได้เลย
 
            ขั้นตอนของสูตรมาตรฐานก็ง่ายมากคือ ลูกค้าต้องการตั้งชื่อแบรนด์ว่าอะไร สินค้าตัวนี้ต้องการให้ชื่อเป็นอะไร พร้อมเลือกแพกเกจ ส่งมาให้เรา จากนั้นเราก็จะทำการยื่นอย. แล้วก็เข้าสู่การเลือกฉลาก ทำกล่อง ผลิต จัดส่ง ทุกอย่างเสร็จภายในหนึ่งเดือนค่ะ
 
3. หากสูตรมาตรฐานที่มีไม่โดนใจก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่
 
            แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าสูตรที่มียังไม่ใช่ ราคายังไม่โดน อยากมีความเฉพาะ ก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ บอกความต้องการว่าอยากได้ครีมแบบไหน ใส่สารอะไร คุณสมบัติพิเศษ ซึ่งหากปรึกษาเรื่องสูตรแบบลึกขึ้น เราก็มีเภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางคอยให้คำแนะนำเพื่อความอุ่นใจ
 
            จากนั้นเราก็จะทำการพัฒนาตัวอย่างขึ้นระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ค่ะ ขั้นตอนช่วงนี้ระยะเวลาจะแปรผันตรงกับความพึงพอใจของลูกค้าคะ หากทดลองในรอบแรกแล้วพอใจ เราไปต่อได้เลย แต่ถ้าต้องการปรับอีกก็จะใช้เวลานานขึ้น ระยะเวลาตรงนี้จึงเป็นส่วนที่ลูกค้าต้องคำนึงถึงหากวางเวลาการออกสินค้าไว้นะคะ
 
4. ปรึกษาฝ่ายการตลาดระหว่างรอสูตร 
 
            ในช่วงรอเทสตัวอย่าง เรามีทีมการตลาดที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเช่นช่องทางการจำหน่าย การออกแบบแอดโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำสื่อออนไลน์ การส่งออก การนำเข้าร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ซึ่งตรงนี้รายละเอียดจะเยอะมาก แต่ถ้าสงสัยอะไรทีมการตลาดของเราคอยซัพพอร์ตให้คุณได้ทุกเรื่องเลยค่ะ
 
5. ได้สูตรโดนใจก็ออกแบบฉลาก บรรจุภัณฑ์ 
 
            หลังจากได้สูตรที่โดนใจ ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ ทดสอบความเข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งใช้เวลาราวๆ 1 เดือน ดังนั้นคุณก็จะมีเวลาในการปรึกษาทีมกราฟฟิคในการออกแบบฉลากสินค้า หรือกล่องผลิตภัณฑ์ อยากได้เนื้องานแบบไหน นูนสูง เคลือบยูวี ตรงนี้คุยรายละเอียดไว้ให้พร้อมรอสูตรผ่านความคงตัวค่ะ
 
6. เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ทำการผลิตแบบครบวงจร และส่งถึงมือลูกค้า
 
            เมื่อสูตรผ่าน ก็จะถึงช่วงยื่นอย. ซึ่งต้องมีชื่อแบรนด์และชื่อสินค้า รูปแพกเกจจิ้ง พออย.ผ่านแล้ว ก็เป็นการสั่งทำฉลาก หรือสั่งสกีนขวด สั่งทำกล่อง ตามชื่อที่ได้มา (คือถ้าคุณเตรียมงานไว้ก่อนแล้ว พอชื่อผ่านปุ๊ป งานก็ flow ไปอย่างเร็วค่ะ) เมื่อบรรุจภัณฑ์พร้อม ฉลากพร้อม กล่องพร้อม ก็ส่งเข้ามาที่โรงงาน พร้อมผลิต บรรจุ และส่งถึงมือลูกค้า ระยะเวลาตรงนี้อยู่ที่ราว 1 เดือน ความช้าเร็วจะไปอยู่ในขั้นตอนการสกรีนขวด หรือสั่งทำกล่องค่ะ
 
7. ก่อนจำหน่ายจริง ลูกค้าสามารถปรึกษาฝ่ายการตลาดได้ตลอด
 
            เมื่อสินค้าไปถึงมือลูกค้าแล้ว ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงการขาย จริงๆลูกค้าบางท่านมีประสบกาณ์ในการทำการตลาดหรือการขายมาแล้ว แต่ถ้าคนไหนเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะเริ่มขายอย่างไร ตรงนี้โทรกลับมาที่เรา ทีมฝ่ายการตลาดพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ
 
8. จำหน่ายไปแล้วมีปัญหาขายไม่ออก ร่วมกันหาทางออกได้
 
            หรือถ้าขายออกไปแล้วเกิดปัญหาว่าสินค้าไม่ปังอย่างที่คิด สามารถกลับมาสอบถามเราได้ ทีมการตลาดจะช่วยคุณคิดว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร เช่นคุณมีงบโปรโมทเท่านี้ เราสามารถจัดสรรให้ได้ว่าควรลงกับช่องทางไหนกับงบที่มีเพื่อให้คุ้มที่สุดค่ะ
 
9. จำหน่ายไปแล้วดีจนแผนพลิก ร่วมกันวางแผนใหม่ได้
 
            หรือถ้าขายไปแล้วมันดีมากชนิดที่คุณไม่ได้เตรียมแผนไว้ว่าถ้าของขาดสต็อคจะเป็นอย่างไร (ถ้าของคุณหมดเกลี้ยงแล้วแล้วมาสั่งกับเรา ยังไงก็จะมีช่วงเวลาในการสั่งผลิตนะคะ) ตรงนี้เรามีทีมงานฝ่ายโลจิสติกส์ที่เชี่ยวชาญคอยประเมินว่าเมื่อของคุณเหลือเท่าไหร่ คุณควรเติมสต็อค หรือเริ่มออเด้อมาเพื่อไม่ให้ของขาด ซึ่งแผนพวกนี้สามารถคุยกับเราได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกนะคะ แต่ถ้าแผนพลิก เราก็มีวิธีในการแก้ไขเพื่อให้คุณพึงพอใจค่ะ
 
10. ร่วมพัฒนาช่องทางขายต่างๆให้ลูกค้าจนประสบความสำเร็จ
 
            เมื่อสินค้าถูกขายไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ลูกค้าต้องการให้สินค้าประสบความสำเร็จมากขึ้น เช่นอยากเปิดตลาดอื่น อยากทำสินค้าเป็นเซต อยากเพิ่มไลน์สินค้าให้แบรนด์ ตรงนี้ก็จะเป็นการปรึกษากับทีมการตลาดของเราอีกเช่นกัน คือไม่ต้องกลัวว่าแบรนด์คุณจะเจ๊งเลยถ้าเราได้มีการพูดคุยและปรึกษากันอย่างละเอียดค่ะ
 
            ทั้ง 10 step ที่บอกไปนี่เรียกได้ว่าหมดเปลือกแล้วจริงๆในการสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง หลักๆคืออาศัยการคุยปรึกษาหารือเพื่อให้เราได้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าจริงๆ เหตุการณ์หลังจากนั้นเรามีทีมงานคอยช่วยเหลือคุณแบบครบวงจรอย่างไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ