รู้ไว้ก่อนทำแบรนด์กันแดด: SPF คืออะไร? PA orUVAPF คืออะไร? เลือกสเปกให้เหมาะ แดดเมืองไทย + วิธีทำผลทดสอบจากแลปน่าเชื่อถือ
SPF = ตัวเลขบอกความสามารถในการป้องกัน UVB (รังสีที่ทำให้ผิวไหม้แดง/แสบแดด) โดยมาตรฐานสากลที่ใช้กันมากคือ ISO 24444 (in vivo)
PA / UVAPF / PFA = ตัวชี้วัดการป้องกัน UVA (รังสีที่เกี่ยวกับผิวคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย) โดยมีวิธีทดสอบมาตรฐาน ISO 24443 (in vitro) สำหรับลักษณะการป้องกัน UVA
กฎหมายไทยเรื่องฉลากกันแดด ระบุว่า หากจะแสดงค่า SPF/PA/กันน้ำ ต้องมีผลทดสอบรองรับ และให้ทดสอบตาม ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นที่ยอมรับ
ถ้า “อยากทำแบรนด์กันแดด” ให้เริ่มจาก เลือกสเปกที่ตลาดต้องการ + ทำผลทดสอบจากแลปที่เชื่อถือได้ แล้วค่อยวางแผนฉลาก/การสื่อสารให้ถูกต้อง
พรีมา แคร์ โรงงานรับผลิตครีมกันแดด บริษัทรับผลิตครีมกันแดด ขอนำเสนอ เรื่องเกี่ยวกับแสงแดด และ ค่า SPF&PA
SPF (Sun Protection Factor) คือค่าที่แสดงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกัน การไหม้แดงของผิวจากรังสี UVB
โดยมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกคือ ISO 24444: วิธีทดสอบ SPF แบบ in vivo (ทดสอบบนอาสาสมัครมนุษย์)
หลายบทความชอบแปลงเป็น “คูณเวลา” แต่ในโลกจริง มันขึ้นกับปริมาณที่ทา เหงื่อ น้ำ การเสียดสี และความเข้มแดด
ดังนั้น ถ้าคุณทำแบรนด์—อย่าใช้คอนเทนต์แบบ “คูณนาที” เป็นแกนขาย ให้ใช้แกนที่ถูกกว่า คือ ป้องกัน UVB + วิธีใช้ให้ได้ผล
UVA เป็นรังสีที่ทะลุได้ลึกกว่า เกี่ยวข้องกับ ผิวคล้ำ ฝ้า กระ และสัญญาณผิวแก่ก่อนวัย
ในระบบฉลากไทย มีคำว่า PFA/PA ใช้ชี้การป้องกัน UVA โดย “PA” เป็นเกรดที่อ้างอิงแนวทางจาก JCIA (ญี่ปุ่น)
ด้านมาตรฐานสากล ปัจจุบันมี ISO 24443 เป็นวิธี in vitro เพื่อ “characterize UVA protection”
ตามประกาศที่ใช้เป็นแนวทางการแสดงค่าในไทย ระดับ PA สัมพันธ์กับช่วงค่า PFA โดยสรุปเป็น
PA+ (PFA 2–<4)
PA++ (PFA 4–<8)
PA+++ (PFA 8–<16)
PA++++ (PFA ≥16)
ถ้าคุณขายในไทย “PA++++” คือสเปกที่คนเห็นบ่อยมากในตลาดปัจจุบัน
| ไลฟ์สไตล์/กิจกรรม | สเปกแนะนำ (ขั้นต่ำ) | เหตุผล |
|---|---|---|
| อยู่ในออฟฟิศ/ในเมือง เจอแดดเป็นช่วงๆ | SPF30 + PA+++ | กัน UVB ระดับดี + กัน UVA เพื่อเรื่องความหมอง/ผิวคล้ำ |
| ขับรถ/เจอแดดระหว่างวันบ่อย | SPF50+ + PA++++ | UVA ผ่านกระจกได้บางส่วน การกัน UVA ช่วยเรื่องผิวคล้ำ/ริ้วรอย |
| กลางแจ้ง กีฬา กิจกรรมเหงื่อเยอะ | SPF50+ + PA++++ + (Water resistance ถ้ามี) | เหงื่อ/การเช็ดถูทำให้ประสิทธิภาพลด ต้องเลือกสูตรและวิธีใช้เหมาะ |
| ทะเล/สระว่ายน้ำ | SPF50+ + PA++++ + Very water resistance (ถ้าทดสอบแล้ว) | น้ำและแรงเสียดสีสูง ควรมีผลทดสอบกันน้ำรองรับ |
จะเห็นได้ว่า
"ต่อให้สเปกสูงแค่ไหน ถ้าทาน้อย/ไม่ทาซ้ำ ผลลัพธ์จริงก็ลดลงมาก (นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ควรสื่อสาร “วิธีใช้” คู่กับ “ตัวเลข”)"
กติกาสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้:
ฉลากกันแดด “ต้องแสดง” ระดับ/ค่า SPF หรือ PFA/PA (และกันน้ำถ้ามี) ตามเกณฑ์แนบท้ายประกาศ
วิธีทดสอบ ให้ทดสอบตาม ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นที่ยอมรับ (ไม่ได้ล็อกว่าต้อง ISO เท่านั้น)
ถ้า ไม่มีผลทดสอบ ปัจจุบันมิได้หมายความว่า ไม่สามารถแสดงค่า SPF & PA ได้ในฉลาก แต่หากทางหน่วยงาน อย. ขอเอกสารรับรองค่า SPF & PA ที่จะทำการแสดงบนฉลากนั้น เจ้าของแบรนด์ จะต้องสามารถนำเอกสารมาแสดง/ชี้แจงให้กับทางเจ้าหน้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
นี่คือเหตุผลที่ “ทำแบรนด์กันแดดแบบจริงจัง” ต้องวางแผนการทดสอบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ทำเสร็จแล้วค่อยไปทดสอบทีหลัง
คำตอบแบบตรงไปตรงมา (และปลอดภัยทางกฎหมาย):
ฝั่งกติกาไทยระบุชัดว่าให้ทดสอบตาม ISO หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เป็นที่ยอมรับ
ดังนั้นในเชิงข้อกำหนด จึงเป็นแนว “ยอมรับมาตรฐานสากลหลายชุด” เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมทำได้จริง ไม่ติดคอขวด
ในเชิงปฏิบัติ ISO 24444 เป็นการทดสอบ SPF แบบ in vivo (ใช้อาสาสมัครมนุษย์) ทำให้กระบวนการ ใช้เวลา ซับซ้อน และมีต้นทุนสูง รวมถึงข้อจำกัดด้านการบริหารงานอาสาสมัครและความพร้อมของห้องทดสอบ
สรุป: ไม่ใช่ว่า ISO “ไม่สำคัญ” — แต่เพราะเป็นงานทดสอบที่หนักและมีต้นทุน ระบบกำกับจึงเปิดให้ใช้ มาตรฐานสากลที่ยอมรับอื่นๆ ได้ด้วย (ตราบเท่าที่รายงานตรวจสอบย้อนกลับได้)
นี่คือ Workflow ที่แนะนำสำหรับเจ้าของแบรนด์ (ทำแล้วลดความเสี่ยงฉลากไม่ตรง)
จะทำ SPF30 หรือ SPF50+?
จะทำ PA+++ หรือ PA++++?
จะทำ กันน้ำ (Water resistance/Very water resistance) ไหม? (ถ้าจะเคลม ต้องมีผลทดสอบรองรับ)
จุดนี้สำคัญมาก: สเปกที่คุณตั้ง จะกำหนด “ชนิดฟิลเตอร์/สัดส่วน/เนื้อสัมผัส” และต้นทุน
ก่อนส่งทดสอบ SPF/PA (ที่ราคาและคิวหนัก) ควรทำให้สูตรนิ่งก่อน เช่น
ความคงตัว/แยกชั้น/ความหนืด
ความเข้ากันของฟิลเตอร์กับเนื้อครีม
กลิ่น/สี/การเกิดคราบ
หลักเลือกแลปแบบมืออาชีพ:
มีระบบคุณภาพและความน่าเชื่อถือ (เช่น ห้องแล็บที่ทำตามมาตรฐานสากล/มีการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ)
ระบุชัดว่าทำตามวิธี ISO 24444 (SPF) และ/หรือ ISO 24443 (UVA) หรือมาตรฐานสากลที่ยอมรับ
ออกรายงานที่ “ตรวจสอบย้อนกลับได้” (มีเงื่อนไขการทดสอบ, วิธีคำนวณ, สรุปผลชัด)
ตัวอย่างผู้ให้บริการทดสอบที่พบในตลาด (ยกเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ)
กลุ่มแลประดับสากล เช่น SGS / Eurofins (มีบริการทดสอบกันแดดหลายโปรโตคอล)
กลุ่มผู้ให้บริการทดสอบในไทยบางรายอธิบายการทดสอบตาม ISO 24444 (เช่น บริการทดสอบ SPF แบบใช้อาสาสมัคร)
หมายเหตุ: การ “เลือกแลป” ให้ดูเอกสารประกอบ/ขอบข่ายงาน/มาตรฐานที่ใช้จริงในรายงานเสมอ ไม่ใช่ดูแค่หน้าเว็บ
โดยทั่วไปแลปจะขอ:
ตัวอย่างจำนวนหนึ่ง (ขึ้นกับโปรโตคอล)
ข้อมูลสูตร/ข้อควรระวัง/วิธีใช้
เงื่อนไขการเคลมที่จะทดสอบ (เช่น SPF50+ / PA++++ / กันน้ำ 40 หรือ 80 นาที)
เพราะในประกาศไทยระบุชัดว่า “ถ้าต้องการแสดงข้อความเกี่ยวกับ SPF PA หากมีการเรียกเอกสารเพื่อยืนยันการแสดงผลค่าดังกล่าว จะต้องส่งเอกสารให้กับทางเจ้าหน้าที่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด"
ดังนั้นแบรนด์ที่โตจริงมักทำแบบนี้: ผลมาก่อน ฉลากตามหลัง (ลดความเสี่ยงโดนร้องเรียน/รีวิวเสีย)
โดยหลัก SPF สูงขึ้นช่วยเรื่อง UVB แต่เมื่อเกินระดับหนึ่ง “ความแตกต่างเชิงเปอร์เซ็นต์” จะเริ่มเพิ่มแบบไม่หวือหวา สิ่งที่ทำให้กันแดดเวิร์กจริงคือ ปริมาณที่ทา + ทาซ้ำ + กัน UVA ให้พอ
เพราะ SPF เน้น UVB ส่วน UVA เป็นตัวการเรื่องผิวคล้ำ/สัญญาณผิวแก่ ดังนั้นในเมืองไทยที่เจอแดดเกือบทั้งปี การกัน UVA ให้พอเป็นจุดต่างสำคัญของแบรนด์
ถ้าจะแสดงค่า/สัญลักษณ์บนฉลาก ต้องมีผลทดสอบรองรับตามหลักเกณฑ์ และต้องทดสอบตาม ISO หรือมาตรฐานสากลที่ยอมรับ
เป็นมาตรฐานสากลสำหรับทดสอบ SPF แบบ in vivo (ทดสอบบนผิวมนุษย์)
เตรียม 5 อย่างนี้แล้วคุยง่ายและเร็ว:
กลุ่มลูกค้า (ในเมือง/กลางแจ้ง/กีฬา/ท่องเที่ยว)
สเปกเป้าหมาย (SPF/PA/กันน้ำ)
เนื้อสัมผัสที่อยากได้ (บางเบา/แมตต์/โทนอัพ/กันเหงื่อ)
งบและ MOQ ที่คิดไว้
ช่องทางขายหลัก (ออนไลน์/ร้าน/คลินิก)
เมื่อทั้ง SPF และ PA ไม่ใช้แค่ต้วเลข นี่เองเป็นเหตุผลที่เราต้องให้ความสำคัญ ในการวัดค่า SPF และ PA ให้กับทุกแบรนด์ที่ผลิตสร้างแบรนด์ สินค้าครีมกันแดดก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าในแบรนด์ของคุณมี ค่า SPF และ PA ถูกต้องตามฉลากที่เคลมไว้ ทั้งนี้ เพื่อคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าที่ไว้วางใจคุณ และเพื่อความสำเร็จในแบรนด์ของคุณค่ะ
รับรองคุณภาพตามมาตรฐานโรงงาน
แลปผลิต ครีม อาหารเสริม
สถานที่ตั้ง ส่วนโรงงาน
55/5 หมู่ 7 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110
สถานที่ตั้ง ส่วนสำนักงาน (ออฟฟิศ) รับรองลูกค้า
111/888 หมู่ 5 ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
เบอร์โทร ออฟฟิศ
02-886-3956 ถึง 57 กด 0เบอร์โทร ลูกค้าสัมพันธ์
0808-108-109วันทำการ
จันทร์ - เสาร์
เวลาทำการ
08.30 - 17.30
ช่องทาง SOCIAL MEDIA สำหรับ PREMA CARE
เพื่อรับคำปรึกษาสร้างแบรนด์ทำแบรนด์